สำหรับแมทย์พรีวิวในคู่นี้เป็นทางคู่ของเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ชิตี้พบ กับ ทีมคริสตันพาเลช ที่เป็นผู้มาเยือนเกมนัดนี้

สำหรับตัวผู้เล่นทั่งสองทีมในเกมทั่งฝ่ายแมนเชสเตอร์ ชิตี้ และทางด้านของคริสตันพาเรส จะได้เปรียบที่ว่านักเตะทีมเงงวยือนมีความสมบูรณ์พร้อมจะลงสนามมากกว่าทีมเจ้าบ้าน ตัวผู้เล่นเจ้าบ้านแมนเชสเตอร์ ชิตี้ 11 ตัวผู้ ที่ทางของ มานวยล์ เปเยกรีนี อาจจะใช้ลงสนามในเกมนี้ เป็นทางโจ ฮาร์ต(ผู้รักษาประตู),คริชี้,ซาบาเลทต้า,คองปานี้(กัปตันทีม),เดมิชิลิส,นาสเซอรี่,มิสเนอร์,ตูเร่,ซิลบา,ลามพาร์ค,เชโก โดย 11 ตัวผู้เล่นของทางคริสตัน พาเลส ที่ทาง นีล วอลนอก เป็นผู้จัดการทีม น่าจะส่งทาง 11 ตัวจริงดังนี้ เป็นสเปียโรนี(ผู้รักษาประตู),แมคคาธี(กัปตันทีม),วาร์ด,พาสซัน,เทเลอร์,โบลาซี,บัวเต็ง,ซิลวา,การ์เวน,ดอบบี,มัวร์เรย์ ซึ่งในเกมนี้ด้วยผลฟอร์มที่มาทรงดีมาตลอดหลังจากการเตะนัดหลังๆสุดของทางทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ชิตี้ ที่เป็นเจ้าบ้านในเกมนี้อาจจะเปิดเกมบุกใส่ทีมเยือนแบบไม่ลดละทำให้คริสตันพาเลชนั่นแพ้กลับรังไปแต่ในเกมนี้ทางด้านตัวผู้เล่นของทางคริสตัน พาเลสก็ไม่ใช่ว่าจะชนะได้ง่ายๆเพราะได้ตัวนักเตะที่มีสภาพของทีมคริสตัน พาเลสนั่นมีความพร้อมเต็มที่ก่อนการบุกมาเยือนทางด้านของแมนชิตี้ อาจเห็นเกมที่แลกกันบุกอย่างสนุกซึ่งผลอาจออกมาเป็นแมนเชสเตอร์ ชิตี้ แต่ไม่กี่ประตูเท่านั่นเอง ทางด้านแมนชิตี้ถ้าหากสามารถเอาชนะเกมนี้ได้แล้วจะสามารถทำคะแนนขึ้นไปเท่ากับทางด้านของทีมเซลซีที่กำลังเป็นที่หนึ่งในตอนนี้ชั่วคราว ซึ่งทางทีมเจ้าบ้านแมนเชสเตอร์ ชิตี้คงหวังที่จะเก็บสามแต้มให้ได้ในบ้านของตัวเองเหมือนกัน ถ่ายทอดสดทาง CTH stadium 5 19.45 วันเสาร์ 20 ธันวาคมนี้

เกมตรึงสุดๆไล่กดดันกันตลอด 90นาที เปอร์สชนะเอฟเวอร์ตัน 2-1

เกมบีบขั่วหัวใจของผู้เล่นที่แท้จริง เล่นกันครบ 90 แต่เหมือนเวลามันยังไม่พอเกมที่เอฟเวอร์ตันบุกไปเล่นในบ้านสเปอร์สเล่นดีได้เหมือนอยู่ในบ้านตัวเอง ที่สเปอร์สสามารถครองบอลเกมบุกแลกกันกับทีมเอฟเวอร์ตันที่เล่นกันแบบไม่ให้ผู้เล่นทีมสเปอร์สหรือเอฟเวอร์ตันได้ครองบอลนานๆต้องผู้เล่นทีมใดทีมหนึ่งต้องเข้ามาบีบ แต่ผลประตูเกมนี้สเปอร์เอาชนะไปได้ที่เป็นเอฟเวอร์ตันขึ้นนำได้ก่อนจะโดนไล่เอาเสมอและพลิกชนะไปในที่สุดโดนผู้เล่นกดประตูจบเกมให้สเปอร์สชนะเอฟเวอร์ตันเป็น  โซลดาโด้ ที่ทำให้ชนะไปเกมนี้ เกมเริ่มมา 6 นาที มิราลาสลองยิงจังหวะแรกดูบอลไหลมาจากริมเส้นให้มิราลาสมีเวลาให้ส่องลูกนี้แต่รีบยิงไปหน่อยบอลไปโดนใต้ลูกก่อนข้ามออกหลังไป เป็นพาร์คลี่ของเอฟเวอร์ตันที่เลี้ยงบอลหน้าประตูจะโดนสกัดตะกุกตะกักแต่บอลยังไปเข้าทางของลูกากูได้ยิงแปรที่เสาแรกแต่ฮิวโก โยริส ล้มรับไว้ได้นาทีที่ 7 เกมบุกทำได้ไหลลืนเอฟเวอร์ตันนาที 13 ได้จังหวะยิงฟรีคิกจากเลตัน เยน พยายามขยับหลอกเปิดเข้าหน้าประตูก่อนโดนโหม่งสกัดออกมาให้มิราลาสจับตั้งบอลหนึ่งจังหวะแล้วหวดด้วยขวาปั่นโค้งเข้าประตูไปยอดเยี่ยม 0-1 ปล่อยให้นำได้แปบเดียวสเปอร์สเททีมขึ้นมาบุกในนาที 20 บอลที่แฮร์รี่ เคน ลากเข้ากลางไปหาประตูก่อนแฮร์รี่ เคน จะยิงด้วยซ้ายแต่ทิม เฮาว์เวิร์ด ล้มเซฟซองแตกให้ทางอีริตเซน ตามสอดมาซ้ำ 1-1 ครึ่งแรกยังไม่จบบเลยสเปอร์สจบประตู 2-1 แค่ทดเวลาไม่กี่นาทีก็หมดแล้วนาทีสุดท้ายของทดเวลาจังหวะเจ็บใจของเอฟเวอร์ตันบ้างที่โดนสเปอร์สมานำแทนที่เลนนอนจ่ายให้โซลดาโด้ทำประตูแรกของเขาในฤดูกาลนี้ทำให้สเปอร์สนำ 2-1 เอฟเวอร์ตัน ส่วนเกมครึ่งหลังสองทีมทำประตูเพิ่มไม่ได้อีกแล้ว สเปอร์สเอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้ 2-1

พลิกหวุดหวิดราชันชุดขาวได้โรนัลโดพาเฮลั่นชนะรวดเกมรอบแบ่งกลุ่ม 0-1

เปาโล ซัสซ่า ผู้จัดการทีมบาเซิล ถึงกลับต้องเอ๊ยชมลูกทีมบาเซิลที่เกมนี้สามารถเล่นกันได้ดีสูสีกับทีม เรอัล มาดริด ที่สามารถตอบโต้ได้อย่างดีในเกมนี้ ถึงผลของเกมท้ายเกมแล้วจะเป็นทีมบาเซิลที่พลาดท่าแพ้ให้กับทีมเรอัล มาดริดไป 0-1 ซึ่งผู้ทำประตูปิดเกมนี้ของราชันชุดขาวเป็นยอดซุปตาร์ของทีม เรอัล มาดริด อย่างโรนัลโด ที่ทำประตูเดียวในเกมนี้ให้ทางฝั่งของบาเซิลแพ้ไปผ่านเข้ารอบในลำดับที่สองกลุ่มนี้ ต้องบอกเลยว่าสำหรับเรอัล มาดริดในรอบแบ่งกลุ่มนี้สามารถคว้าชัยได้ครบทุกเกมยังไม่เคยแพ้ทีมไหนเลยพร้อมจะผ่านเข้ารอบไปในฐานะจ่าฝูงของกลุ่ม B เริ่มต้นเกมนี้มาราชันชุดขาวทีลุ้นจากลูกโยนยาวเข้ามาของอเวส แต่ผู้รักษาประตูของบาเซิลนั่นอ่านจังหวะออกก่อนกระโดดเข้าไปเซฟลูกนี้ไว้ได้ทำให้บาเซิสพ้นอันตรายจากจังหวะนี้ไปได้ กาเรจได้โขกลุ้นประตูขึ้นนำให้เรอัลมาดริดบ้างจากลูกเตะมุมเข้ามาของอเวส มาที่เสาแรกและเบลล์ได้โหม่งสะบัดหัวแต่บอลนั่นเบาเกินกว่าที่จะเป็นประตูให้เรอัล มาดริด บาเซิลก็บุกขึ้นไปลองยิงบ้างเหมือนกันจากแนวริมเส้นของเรอัล มาดริด ที่กาซี่ไหลตัดเข้ากลางให้ซุฟฟี่ได้ลองซัดประตูแต่บอลออกนอกกรอบประตูไปไกลเหลือเกินที่จะได้ลุ้นในลูกนี้ เป็นเรอัล มาดริดบ้างที่ทำประตูสำเร็จด้วยการเจาะมาจากริ่มเส้นประตูของเรอัลมาดริดที่เบนเซม่าแตะบอลอ้อมตัวผู้เล่นบาเซิลก่อนหลุดไปสุดเส้นหลังดีดกลับมาให้โรนัลโดยิงประตู 0-1 เพียงประตูเดียวก็จบเกมนี้โรนัลโดพาเรอัล มาดริด บุกมาชนะ บาเซิล 0-1

เจ้ามุ้ยโดนพักนั่งดูอัลเมเรียชนะเรอัล เบติส 2-1

เป็นที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมากหลังจากที่ทางด้านของเจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดายอดดาวยิงของทีมชาติไทยที่ไปเล่นให้กับทางด้านอัลเมเรียถูกดรอปไม่ให้ลงสนามในเกมที่ อัลเมเรียเล่นในบ้านกับเรอัล เบติสแล้วสามารถเอาชนะไปได้ด้วยประตู 2-1 สำหรับเจ้ามุ้ยตั้งแต่เปิดฤดูกาลที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้รับโอกาสในเกมลงเตะให้กับอัลเมเรียได้มากเท่าที่ควรจะได้รับจากผู้จัดการทีมของอัลเมเรีย ซึ่งสำหรับผลเกมในนัดนี้ที่อัลเมเรียสามารถเอาชนะได้ที่ 2-1 ประตูเป็นทางอัลเมเรียที่สามารถเล่นได้สบายก่อนด้วยการนำถึงสองประตูจากการยิงของ มิเชลและซองโก้ ให้อัลเมเรียเล่นสบายกว่าทางทีมเยือน เรอัล เบติสก่อนที่เรอัล บาติสจะไล่กัดดันเอาคืนมาเป็นประตู 2-1 จาก เปอร์คิส ซึ่งทำให้ทางอัลเมเรียเจอความกดดันไปก่อนจบเกมแต่ก็ยังดีที่รักษาสกอ 2-1 ไว้ได้ทำให้จบเกมอัลเมเรียยังยันเอาชนะในบ้านจากเรอัล เบติสไว้ได้ เป็นเกมโคปป้าเดเรย์ของเรอัล เบติส ในเกมนี้ที่ต้องชนะเท่านั่นถึงจะเข้ารอบต่อไปได้ของเรอัล เบติสที่คุมทีมตอนนี้โดย ฆวน เมริโน ที่วางแผนคุมนักเตะของเรอัล เบติสเกมนี้ที่วาง ฆอร์เก้ โมลินา เล่นเป้าแดนหน้าคนเดียวอีกตามเคย ด้วยการเน้นเกมรับรอสวนกลับของฆอร์เก้ โมลินา ที่ได้จัดแผนไว้เป็นกลางรับถึงสองตัว เป็นการเปลี่ยนผู้จัดการทีมของอัลเมเรียจนได้ที่หลังจากฟอร์มการเล่นในการคุมทีมของผู้จัดการทีมคนเก่าตั้งแต่เกมในลีกแย่ซะจนแฟนๆมาขับไล่ตอนนี้อยู่ใต้การคุมทีมของ ฆวน อิ๊กนาซิโอ มาร์ติเนซ ที่เกมนี้ผู้จัดการทีมคนใหม่ของอัลเมเรียยังไม่ให้โอกาสของ เจ้ามุ้ยได้ลงล่าประตูแต่เป็นทางด้านของ ธิอาวี บิฟูมา ที่ยังได้รับหน้าที่เป็นตัวจริงของอัลเมเรียเกมนี้ คุมทีมคนใหม่ของอัลเมเรียพาอัลเมเรียชนะโคปป้าเดเรย์นัดแรก 2-1

แมนชิตี้ยังตามอยู่สามแต้มเหมือนเดิมบุกชนะเลสเตอร์ 0-1

หลุดฟอร์มดาวดับออกมาได้แล้วพร้อมไล่กะชั้นชิดทีมเซลซีเลยทันทีที่ทางแมนชิตี้นั่นยังไม่พลาดแต่อย่างใดหลังจากไต่มาเป็นทีมที่สองได้แล้วซึ่งในเกมนี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่สำคัญเหมือนกันของทีมแมนชิตี้ที่ต้องการเก็บสามแต้มให้ได้เพื่อรอให้ทางเซลซีนั่นพลาดแพ้หรือเสมอไป แต่เกมนัดนี้ทางด้านของแมนชิตี้ก็ยังสามารถรักษาช่องระห่างระหว่างทีมหัวตารางเซลซีตอนนี้ให้อยู่ที่สามแต้มเพื่อวัดดวงกับการเตะในนัดถัดไปกับทางเซลซีนั่นเอง สำหรับเกมนี้ทางแมนชิตี้นั่นสามารถบุกมาเก็บสามแต้มไปจากเจ้าบ้านเลสเตอร์ ชิตี้ได้แบบหวิดแพ้ไปเหมือนกันที่ 0-1 มานูเอล เปเยกรินี กัปตันของเรือใบสีฟ้าที่พาทีมฟันฝ่ามาเป็นที่สองของพรีเมียร์ลีกจนได้หลังจากทำฟอร์มโต่เต่อยู่กลางตารางซะนานอยู่เหมือนกันเกมนี้ทางด้านตัวผู้เล่นของทางแมนชิตี้นั่นมีปัญหาหนักอยู่เหมือนกันที่จะไม่มีทั่งกูน อเกวโลรวมถึง ทางด้านของเซ่โก้อีกด้วย แต่ทางมานูเอล เปเยกรินี เกมนี้ได้ส่งศูนย์หน้าที่ได้รับหน้าที่ลงมาแทนเป็น โฆเซ่ อังเคล โปโซ่ รับใช้สังกัดแทนตัวที่หายๆไป ความพร้อมของเลสเตอร์ ชิตี้ก็น้อยเหมือนกันมีปัญหาตั้งแต่ด้านหน้ายันผู้รักษาประตูที่พาเรดพากันเจ็บกันหมดเกือบทั่งทีมที่เกมนี้ ไนเจล เพียร์สัน ได้ใช้กองหน้าอย่าง เจมี วาร์ดี้ เป็นแนวรุกประจำการเกมนี้คนเดียว รวมจังหวะการยิงประตูของเกมนี้ที่เกิดประตูเป็นของทางแมนชิตี้ที่สามารถออกตัวนำได้ก่อนในเกมครึ่งแรกทำให้เกมแลดูว่าได้เปรียบไปเกือบทั่งหมด ซึ่งคนที่ทำประตูให้กับทางด้านของแมนชิตี้เอาชนะเลสเตอร์ชิตี้ไปได้เป็นทางด้านของ แฟรง แรมพากท์ ในนาที 40 ของเกมนี้ ไม่ปล่อยให้เซลซีตีออกห่างไล่จี้ 3 แต้ม

ถึงเกมยูเวนตุสจะออกมาจืดแต่ก็สูสีกับแอตแลนติโกมาดริด 0-0

สำหรับทีมฟอร์มร้อนอย่างยูเวนตุสที่กำลังตามชิงที่หนึ่งของเกมยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกอยู่นานแล้วจากทีมแอตแลนติโกมาดริด เป็นการหวดมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้ทางด้านของยูเวนตุสถึงจะสามารถเอาชนะทางด้านของแอตแลนติโกมาดริดได้ก็จริงก็ยังเป็นที่สองอยู่ดีด้วยผลประตูได้เสียที่ต่างกันเยอะอยู่พอตัว ซึ่งทางยูเวนตุสอยากตามและขึ้นเป็นที่ 1 ในกลุ่มนี้ต้องยิงประตูให้ได้อย่างน้อย 5 ประตูแต่มันก็เป็นไม่ได้หรอกสำหรับทีมแอตแลนติโกมาดริดที่กำลังเล่นดีเหมือนกันในตอนนี้และแล้วสรุปผลท้ายเกมออกมาเป็น 0-0 ยูเวนตุสเป็นรองจ่าฝูงกลุ่มส่วนทางด้านแอตแลนติโกมาดริดนำเป็นจ่าฝูงกลุ่มนี้ หัวเฮดของทีมแอนแลนติโก มาดริด ดีเอโก้ ซิเมโอเน หวังคงเป็นจ่าฝูงจริงๆจนเกมนัดสุดท้ายในนัดนี้เป็นกองหน้าอย่าง มาริโอ มานด์ซูคิช ที่ได้รับหน้าที่หาประตูให้แอตแลนติโก มาดริด ของซิเมโอเน ไว้ใจในเกมนัดนี้ ซึ่งตัวผู้เล่นส่วนใหญ่ของทีมแอตแลนติโก มาดริด ส่วนใหญ่จะใช้ตัวผู้เล่นหลักๆที่ได้ลงสนาม จะต้องการหวังที่ขโมยจ่าฝูงจากแอตแลนติโกมาดริดจริงๆ มัสซิมืเลียโน อัลเลกรี  เป็นกุนซือเจ้าบ้านอย่างยูเวนตุสที่เกมนี้เกมสุดท้ายของรอบนี้ ยังใช้กองหน้าที่ดีที่สุดของทีมยูเวนตุสที่เป็น เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ลงผสานแข้งกับ คาร์ลอส เตเบส แต่การแข่งขันคู่นี้ทางแอตแลนติโกมาดริดก็สามารถเล่นได้ดีไม่แพ้กับทีมฝ่ายของเจ้าบ้านยูเวนตุสเลยสักนิดที่ไม่เสียดายจริงๆสำหรับแฟนบอลสองทีมนี้ที่เห็นการเล่นที่ใกล้เคียงกันมากมายแต่สุดท้ายแล้วถึงบอลจะออกมาเสมอก็จริงแต่ความจริงคือแอตมาดริดสามารถหลุดเข้าผ่านรอบต่อไปเป็นที่หนึ่งของกลุ่มส่วนยูเวนตุสก็ตามไปเป็นที่สองของกลุ่มนี้ เป็นเป็นที่ออกมาเสมอ 0-0 ยูเวนตุสกับแอตแลนติโกมาดริด

ห้างขายยาบุกมาชวดประตู 1-0 ให้เสือใต้

ทีมเลเวอร์คูเช่นทีมที่มาเป็นผู้มาเยือนแดนเสือใต้บาเยิร์น มิวนิค สำหรับฟอร์มทีมเลเวอร์คูเซ่นตั้งแต่ต้นก็ไม่ทำได้ไม่เลวยังสามารถไล่ตามเป็นจ่าฝูงได้อยู่ มาดูในเกมนี้ที่ทางเลเวอร์คูเซ่นที่ต้องบุกมาถึงรังเสือใต้ ก่อนที่เลเวอร์คูเซ่นจะเสียท่าแค่ประตูเดียวในเกมนี้ให้กับทางบาเยิร์น มิวนิค โอกาสทำประตูของเลเวอร์คูเซ่นในช่วงต้นเกมทำเอาทางด้านของบาเยิร์น มิวนิค ต้องภวังค์ในเกมแนวรับของตัวเองที่ถ้าเผลอบุกจนโดนตัดบอลได้ทีมเลเวอร์คูเซ่นก็พร้อมที่จะสวนกลับไวและเกือบทำประตูได้ในหลายจังหวะ แต่แล้วจังหวะสำคัญของเกมนี้เป็นทางฟรองส์ ริเบรี่ที่ยิงประตูเดียวให้บาเยิร์น มิวนิคชนะไปที่ 1-0 ในเกมครึ่งแรก เริ่มต้นกันที่ตัวผู้เล่นกองหน้าของเลเวอร์คูเซ่นกันก่อนที่เป็นทางด้านของ ซอง เฮือง มิน กับทางด้านของ สเตฟาน คีสลิงก์ ที่ด้านของผู้จัดการทีมของเลเวอร์คูเซ่นอย่างโรเจอร์ ชมิดท์ ได้ส่งลงในเกมนี้ กุนซือหัวไบรซ์อย่าง เป๊บ กวาร์ดิโอลา ยอดกุนซือที่พาบาเยิร์น มิวนิคฟอร์มเก๋าได้ยันกลางฤดูกาลในเกมนี้ไว้วางใจผู้เล่นชุดเดิมๆหลักๆของทีมเสือใต้ ประกอบด้วย ฟรอง ริเบรี่ ,อาเจน ร็อบเบน ,โทมัส มูเลอร์ และคนอื่นๆของทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งผลเกมออกมาสูสีใกล้เคียงกันมากทั่งเกมการบุกเกมการครองบอลถือว่าเนื้อแนบเนื้อเลยดีกว่าแต่เป็นทางบาเยิร์นมิวนิคที่มีความชัวส์ในการทำประตูมากกว่าทีมเลเวอร์คูเซ่นและเป็นฟรองส์ ริเบรี่ที่ยิงประตูให้บาเยิร์นเอาชนะไปแบบหืดขึ้นคอได้ในนาที 50 ของเกมนี้ ได้สามแต้มจากเลเวอร์คูเซ่นแบบปาดเหงือเช็ดเหงือกันเลยเสือใต้ชนะ 1-0 ห้องขายยา

หงส์แดงส่งจิ้งจอกสยามไปรั้งท้ายตาราง

เป็นทีมหนึ่งที่ตั้งแต่ต้นฤดูกาลมาทำได้ดีที่สามารถเอาชนะทีมแมนยู ได้ในนัดเปิดประเดิมสนามที่ทำเซอร์ไพรซ์ให้หลายๆทีมได้เห็นมาแล้วอย่างทีมจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ชิตี้ แต่ตอนกลับฟอร์มแน่จนขนาดที่หล่นไปอยู่ในทีมท้ายๆของตารางพรีเมียร์ลีกไปแล้วหลังจากที่เล่นดีได้ไม่กี่นัดฟอร์มถึงกับต้องหล่นหวุบกับกลับกลายเป็นทีมที่แพ้เยอะไปที่สุดซะงั้นสำหรับทีมนี้ ซึ่งมาดูผลของเกมนี้ที่เป็นทางเลสเตอร์ชิตี้ทีมเหย้า ต้องรับการมาบุกเยือนทางลิเวอร์พูลที่เรียกว่าฟอร์มของลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่พอดีก่อนที่จะเป็นทางด้านลิเวอร์พูลจะเอาชนะไปแบบไร้ที่ติกับรูปเกมเป็น 1-3 เกมการแข่งขันในคู่นี้ระหว่างเลสเตอร์ชิตี้กับทางลิเวอร์พูลตอนช่วงต้นเกมยังแยกไม่ออกว่าทีมไหนนั่นเล่นดีไปกว่ากันที่ทางลิเวอร์นั่นตั้นเกมสามารถทำได้ดีกว่าแค่บ้างจังหวะ เช่น จังหวะแรงของเจอร์ราดที่โยนบอลโด่งเข้าไปในกรอบประตูให้ทางสเคอร์เทล ได้ลองขึ้นโหม่งแต่พลาดไม่ตรงกรอบออกหลังไป จนหลัง 20 นาทีเป็นทางลิเวอร์พูลที่สามารถครองเกมบุกใส่ทางด้านเลสเตอร์ชิตี้ได้มากกว่าแต่กลับกันเป็นทางของเลสเตอร์ชิตี้ถึงแม้จะเป็นเพียงตั้งรับแต่การบุกเพียงครั้งเดียวเท่านั่นก็เป็นประตูนำทางด้านลิเวอร์พูลก่อนนาทีที่  21 ในเกมนัดนี้จากจังหวะการการโต้กลับอย่างรวดเร็วและความมีดวงของเลสเตอร์ชิตี้ด้วยที่พลาดจ่ายบอลไปติดกองหลังลิเวอร์พูลแต่บอลยังไปเข้าทาง อูญัว ได้อยู่ก่อนที่จะยิงยัดไปโดนเสาของทางด้านลิเวอร์พูลบอลกระดอนมาโดนนายทวารก่อนเข้าประตูไป 1-0 ทว่าเกมบุกของลิเวอร์นั่นยังไม่เปลี่ยนมาได้ลูกตามเสมอจากจังหวะที่เป็นลูกเปิดเข้าไปหน้าเขตโทษของเลสเตอร์ชิตี้บ้างและสกัดกันไม่เด็ดขาดเองเป็น ลัลลานา ที่ยิงสวนประตู 1-1 นาที 25 ประตูครึ่งแรกจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1 เกมครึ่งหลังลิเวอร์พูลตั้งเกมบุกไม่รอช้าเลยจริงๆและได้ประตูเลยเหมือนกันในนาที  53 ของเกมนี้เป็นทางฝั่งของกัปตันเจอร์ราดที่ได้บอลสกัดแบบส้มหล่นยิงแสกหน้าประตูเข้าไปแบบเต็มข้อของเขา 1-2 เป็นนาทีที่ 70 ที่ทางลิเวอร์พูลได้ประตูย้ำชัยไปอีกเป็น 1-3 จากลูกยิงเข้าไปของทางด้านเฮนเดอร์สัน ที่ได้บอลต่อจากสเตอร์ริ่ง ยิงเข้าไปในลูกนี้ ทำให้จบเกมผลเกมออกมาเป็นทางเลสเตอร์ชิตี้ชวดชัยไปอีกหนึ่งเกมให้ลิเวอร์พูล 1-3

โบรุสเซีย ดอสมุน 4 – 1 กาลาตาซาราย ดอสมุนยิงยับ !

โบรุสเซีย ดอสมุน เปิดสนามต้อนรับทีมที่จะมาถล่อม กาลาตาซาราย แต่หน้าเสียดาย เจ้าบ้านยิงยับ !   เปิดเกมมาช่วงแรกยังคงเปิดเกมรุกใส่กันอยู่ แต่นาทีแห่งความหวังก็มาถึง นาทีที่ 39 เจ้าบ้านอย่าง ดอสมุน ก็คว้าแต้มแรกไปครอง ได้ โดยให้ ลูคัสซ์ ปิซเช็ค เปิดลูกมุ่งตรงเข้ากรอบเขตโทษ ไปต่อให้กับ มาร์โก้ รอยส์ ส่งลูกนี้ เข้าหว่างขา ผู้รักษาประตู ทำให้ดอสมุนได้แต้มแรกขึ้นนำมาได้แบบ หวุดหวิด ถึงแมจะเป็นความหวังที่เล็กน้อยแต่ก็ยังคว้าแต้มมาได้แบบ สุดเหลือเชื่อ ดอสมุนขึ้นนำ อยู่ 1 – 0   จากนั้นจบครึ่งหลังไม่มีการทำแต้มขยับขึ้นจากเดิม ดอสมุนยังคงนำอยู่ 1 – 0 ผู้มาเยือนอย่างกาลาตาซารายก็ใช่ย่อยเปิดเกมรุกใส่ดอสมุน แต่ถูกดอสมุนจับทางได้ จึงแต้มไม่ขยับขึ้นเลย   เข้าครึ่งหลังมานาทีที่ 54 ดอสมุนทำแต้มขึ้นขยับห่างได้อีกครั้งโดยอาศัยช่วงที่ กำลังชุลมุน นั้น เซบาสเตียน เคห์ล ก็ครองลูกนี้ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษและได้ทำการ ยิงลูกนี้เข้าไปตุงตาข่ายได้แบบสวยงาม ดอสมุนขยับหนีห่างเป็น 2 – 0 กาลาตาซารายต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแต้มในสนามนีซะแล้ว   ถัดมาแค่ 5 นาที กาลาตาซาราย ได้ความหวังกลับคืนมา ทำแต้มขยับตามดอสมุนมาได้ 14 แต้ม โดยอาศัยช่วง เวสลี่ย์ ชไนเดอร์ รับบทบาทยิงลูกนี้ไปให้ ฮาคาร คาเดียร์ โดดโขกลูกนี้ เข้าไปถึงตาข่ายดอสมุนจนได้ ทำให้ได้แต้มขยับตามดอสมุนมา 1 – 2   นาทีที่ 73 ดอสมุนได้แต้มอีกแล้ว…

เอ็มโปลี 0 – 2 จูเวนตูส กินนิ่มๆ แบบทิ้งห่าง !

เอ็มโปลีเปิดบ้าน รอการมาเยือนของ จูเวนตูส แต้มครั้งนี้จบลงได้ห่างมาก !   นักกีฬาลงสนามมาได้ ในช่วงครึ่งแรก ยังไม่มีการทำประตูทั้งสองทีม มีแค่เพียงการเปิดเกมรุกใส่กันแบบดุเดือดทั้ง เอ็มโปลี และ จูเวนตูส ทั้งสองทีมนั้น เฉียดทำประตูได้หลายครั้งแต่ก็ยังหน้าเสียดายที่ทั้งสองทีมยังไม่มีทีมใดทีมหนึ่งทำแต้มขึ้นมาได้ จบครึ่งแรกนาทีที่ 45 สกอทั้งสองทีมยังอยู่ที่ 0 – 0 ทำให้ เกมนี้นั้น ถือว่าเงียบแบบป่าช้าเพราะ ทั้งสองทีมยังไม่มีการทำแต้ม กองเชียก็ได้แต่นั้งรอ จนหลับกันไปข้างหนึ่ง   นักกีฬาลงสนามมาในช่วงครึ่งหลัง ประมาณนาทีที่ 61 มีการทำแต้ม เกิดขึ้น แต่แต้มที่ได้นั้น ไม่ใช่แต้มของทีมเจ้าบ้านเป็มแต้มของทีมจูเวนตูส ลูกนี้ทำได้โดย อันเดรีย ปีร์โล ยิงบอลจากการประมาณหน้าจะ 23 หลาได้ เข้าไปตุงตาข่ายของทีม เอ็มโปลีได้สำเร็จทำให้เจ้าบ้านนั้นเริ่มหงอยขึ้นมาทันที   มาถึงนาทีที่ 71 จูเวนตูส ได้แต้มอีกครั้งครั้งนี้ คาร์ลอส เตเบช ส่งลูกต่อไปให้ อัลบาโร โมราต้า ก่อนจะส่งลูกนี้เข้าประตูไปได้สำเร็จ ทำให้ทีมผู้มาเยือนอย่าง จูเวนตูส ทำแต้มทิ้งห่าง เป็น 2 – 0 หลังจากนั้น เกมก็ใกลจะจบลง แต่ยังไม่มีการทำแต้มเพิ่มเติม   เกมจบลงที่สกอ 2 – 0 กลายเป็นทีมผู้มาเยือนอย่าง จูเวนตูส คว้าชัยในสนามนี้ไปครองได้แบบ ชิลๆ ทำแต้มทิ้งห่างไว้ถึง 2 – 0 ทำให้ทีมเจ้าบ้านนั้น หงอยกันไปเลยทีเดียว