เมสซี่หรือจะกลัว!ต่างดาวยิงซะรูรั่วเรือดำน้ำ 3-1 รอเข้าชิงแชมป์ลีก

ลิโอเนล เมสซี่ ผู้เชี่ยวชาญวงการลูกฟุตบอลยได้เป็นพระเอกเหมือนเคย ยิงปลดบล็อคฝากทำแอสซิสต์เยาะเย้ยชัยชนะให้กับ “ต่างดาว” หรือบาร์เซโลน่า ได้ฤกษดีไล่ถล่ม “เรือดำ” บียาร์เรอัล 3-1 โอกาสที่จะผ่านเข้าชิงแชมป์ โคปา เดล เรย์ อยู่ในระดับแจ่มไสถึงแม้จะเหลือเกมนัดไปเยือนบ้านอื่นก็ตาม เริ่มเกมได้มาเพียง11นาที เมสซี่ทักทายคู่ต่อสุ้กันแบบเบาๆด้วยการวางเท้ายิงแบบเน้นๆบอลมุดลอดช่องแนวการตั้งรับเข้ามือผุ้รักษาประตู อเซนโฆ่ ไปเสียก่อน แล้วแล้ว เมสซี่ในนาทีที่41 เอาจนได้ ตัดบอลได้ดึงเข้าเขตโทษทางด้านซ้ายก่อนส่งบอลถวายพานทองแท้ให้กับ เมสซี่ ฆ่าทิ้งเข้าประตูไปเต็ม ต่างดาวขึ้นนำเป้น 1-0 จากนาทีที่41-45+1ทดเวลาบาดเจ็บ ก็ยังไม่สามารถทำอะไรกันได้ จบครึ่งแรก ต่างดาวขึ้นนำเรือดำน้ำไป 1-0ในครึ่งแรก มาต่อกันครึ่งหลังสำหรับคู่นี้ เริ่มเกมเพียง2นาที เรือดำสอยต่างดาวตีตื้นขึ้นมาเป็น1-1 ด้วยการยิงของทริเกรอส ยิงอัดเต็มหลังเท้า 25 หลา แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรต่างดาวมาอีกแล้วในนาทีที่49 อิเนียสต้า ยิงจังหวะเดียวบอลตกพื้นพุ่งตรงตาข่ายเต็มๆ ต่างดาวขึ้นนำอีกครั้งเป็น2-1 เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงในนาทีที่64 ต่างดาว มาได้ประตูเยาะเย้ยชัยชนะ 3-1 เมสซี่ ส่งลูกเตะมุมทางด้านขวา ของ ครอสไปหน้าเสาสอง ปิเก้ ได้กระแทกเหน่งๆเน้นๆตรงประตูเขาไปอย่างสวยงามต่างดาวกำชัยชนะไว้ในมือด้วยคะแนน 3-1 และในนาทีที่71 ต่างดาวเกือบได้ประตูเพิ่มแต่ เนย์มา ยิงไม่ตรงกรอบ เข้ามือของผู้รักษาประตูไปก่อน จากนาทีที่71-90 เรือดำน้ำพยายามบุกอย่างนักแต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้จบเกม ต่างดาวเล่นเรือดำน้ำจนลอยไม่ได้ชนะไปด้วยคะแนน 3-1 และเตรียมเข้ารอบรอชิงแชมป์ต่อไป

ค้างคาวโหด ไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดี่ยว พานกแก้วหวอยไปด้วยคะแนน 2 ประตูต่อ1

“ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซียโชว์ฟอร์มโหดในครึ่งหลังของการแข่งขัน จากการทำประตูของ ปิอัตติ รวมไปถึง ปาเรโฆ่ ที่ต่างก็เข้ามา ทำแต้งเชือด เอสปันญอล  ไปด้วยคะแนน 2 ประตูต่อ 1 ก่อนที่จะเลือนอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 4 เริ่มเกมส์มาได้เพียงไม่นานมากนัก ในนาที่ 18 นั้นเอง บาเลยเซียทำมท่าว่าจะหาโอกาศในการทำประตูได้ดีกว่าจากจังหวะที่กองหลังส่งบอลไปให้กับทาง โรดซิโก ยิงออกซ้ายไปแล้วบอลกระดอนเข้ามาทาง อัลติ ยิงซ้ำแต่ก็แรงเกินไป ข้ามคานออกไป เวลาที่เหลือในครึ่งแรกนั้นไม่มีทีมไหนสามารถทำประตูได้เลย แม้แต่ทีมเดี่ยวเสมอกันไปที่ 0 ประตูต่อ 0 เกมส์เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียงไม่นานมากนักนาที่ 62 นั้นเอง ค้างคาวสามารถที่จะทำประตูแรกไปได้ก่อน จากจังหวะที่บอลไหลมาโฆเซ่ กาย่า  ปีกซ้ายเข้ามาส่งบอลต่อไปให้กับทาง ปาโบล ปิอัตติ เข้ามาตัดหน้าบอลแล้วส่งต่อไปให้กับทางโลเปซยิงเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม ทำให้ตอนนี้เอง บาเลยเซียมีคะแนนนำอยู่ที่ 1 ประตุต่อ 0 ต่อมาในนาทีที่ 85 นั้นเอง บาเซียได้ประตูนำไปเป็นลูกที่ 2 อีกจนได้จากจังหวะที่ ดานี่ ปาเรโฆ่ กับตันทีมปั่นลูกเข้าไป ก่อนที่จะส่งไปให้กับทางฮุก บอลกะดอนหลังออกไป ก่อนที่  โลเปซ จะเตะบอล เข้าประตูตัวเอง ทำให้ บาเลนเซียตอนนี้มีคะแนนนำอยู่ที่ 2 ประตุต่อ 0  ถัดมาแค่เพียง 4 นาทีเท่านั้น ในนาทีที่ 89 นั้นเอง เอสปันญอล สามารถทำประตูตีไข่แตกได้แล้วจากจังหวะที่ ปาเรโฆ่ ส่งบอลคืนกลับไปให้กับทางเซร์คิโอ การ์เซีย กับตันทีมเจ้าบ้าน ยิงบอลเข้าไปเดี่ยเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม ทำให้ตอนนี้เอง เอสปันญอล มีคะแนนไล่ตามมาที่ 2 ประตูต่อ1 จบเกมส์การแข่งขัน บาเลนเซีย…

หงษ์แดงพลิกเกมส์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ชนะไป 2 ประต่อ 1

สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ฉลองชันชัยชนะครั้งที่ 700หลังกจากที่ พาลิเวอร์พุลที่กำลังจะตกรอบให้ พลิกเกมส์ขึ้นมาชนะ โดยได้เพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ซัด ช่วยกันยิง 2 ประตู ได้ในนาที่ 85 และ 91  ก่อนที่จะผ่านเข้ารอบถัดไป ด้วยคะแนน 2 ประตูต่อ 1 เกมส์เริ่มมาได้เพียงไม่นานมากนักในนาทีที่ 15 นั้นเอง  ลิเวอร์พูลเหมื่อนจะได้โอกาศในการทำประตู จากจังหวะที่ สเตอร์ กระชากบอลเข้าไป หน้าเขตโทษทาง ซ้าย  แบ้วพยายามที่จะกดบอลแต่ เบ้าไปทำให้ ผู้รักษาประตูนั้นออกรับบอลไว้ได้ ในช่วงต้นเกมส์ของการแข่งขัน  ไม่มีทีมไหนที่สามารถ ทำประตูได้เลยแม้แต่ประตูเดี่ยวเลย ทั้งทางทีม ลิเวอร์พูล และโบลตัน เสมอกันไปที่ 0 ประตูต่อ 0 เกมส์เข้าสู้ครึ่งหลังได้เพียงไม่นานมากนั้น เองในนาทีที่ 58   โบลตันสามารถที่จะ ทำประตูได้ก่อนเคล้าจ์ จะส่งบอลไปหน้าเขตโทษ แล้ว กุดยอร์น   เข้ามายิงจุดโทษ เข้าประตูไปได้ออย่างสวยงาม  มีคะแนน นำไป 1 ประตูต่อ 0 ในนาที่ 66 นั้นเอง โบลตันเอง โดนดีเข้าไปเจอใบแดงเข้าไปเมื่อ แดนนิสเอง ซื้อมีใบเหลืออยู่แลเว พยายาทที่จะ เสือบ อัลเน  พกรรมการวิง่เข้ามาแจกใบเหลือทันที  ใบเหลือ2 ใบได้ใบแดงเลยในนาที่ 86หงษ์แดงสามารถที่จะได้ประตูเพิ่ม จากจังหวะที่  โบลตัลหลุดบอลให้กับทางราอีม วิ่งเข้าไปอย่างจังก่อนที่จะยิงเข้าประตู ตีเสมอไปได้ ด้วยคะแนน 1 ประตูต่อ 1 จากนั้นในนาที่ 91 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บในท้ายเกมส์  หงษ์แดงได้ประตุที่สองตามมาติดๆ จากจังหวะที่…

เจนัวยืนงงฟินออเรนติน่า ไล่มาตัเสมอได้สำเร็จ

 ในการแข่งขันนี้เอง ฟินออเรนติน่า ขาดฮ่วน กัวดราโก้ หรือเปล่า ฝีเท้าบอลตกลงไปเย๊อะทำได้แค่เพียง ตีเสมอเจนั่วได้  แม้กระทั้งเจนัวเองนั้นเหลือผู้เล่นแค่เพียง ด10 แค่นั้น ทำให้ตอนนี้เอง ฟินออเรนติน่า ยังรังอับดับเดิม เอาไว้ทั้ง 2 ทีมในลำดับที่ 6 ปละ 7 ต่อไป เริ่มเกมส์มาได้เพียงมานานมากนักในนาที่ 14นั้น เอง ทางเจ้าบ้านอย่างเจนัวสามารถที่จะตีประตูไข่แตกจจนได้จากจังหวะบอลหลุดอออกมาททาง ซ้ายก่อนกที่จะเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษแต่ก็ติดกองหลังของทางฟินออเรนติน่าสกัดบลอออกมา ทำให้จังหวะนั้นเอง สตูทาโร่ออกมาสวนบอลไปตรงๆ นายทวารของทางฟินออนเรนติน่า พยายามจะออกมาสกัด แต่ดัน ยิงบอล ย้อนเข้าประตูตัวเองไป ทำให้ตอนนี้เอง เจนัวมคะแนนนำอยุ่ที่ 1 ประตูต่อ 0 เวลกที่เหลือในครึ่งแรกไม่มีมีทีมไหนที่สามารถทำประตูได้ก่อนหมดเวลาในครึ่งแรกไปนั้น เจนัวสามารถขึ้นนำฟินออเรนติน่าไป 1ประตูต่อ 0 เกมสเข้าสู้ครึ่งหลังได้เพียงไม่นานมากนัก ในนาทีที่ 54 นั้นเอง ฟินออเรนติน่า สามารถที่จะทพประตูตีเสมอได้จากจังหวะที่ บอลไหลไปทางซ้ายก่อนที โรดริเกซจะเข้ามาเสียบบอลเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม  จบเกมส์การแข่งขันไปนั้นฟินออเรนติน่า เสมอกับทาง เจนัวไป 1 ประตูต่อ 1ทำให้ทั้ง 2 ทีมยังคงจต้องรังอับดับเดิมต่อไป

Preview เกมส์การแข่งขันพรีเมียร์ลีก ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซนอล

  แมนฯซิตี้ ต้องการที่จะชนะครั้งนี้เป็นอย่างมากเนื่องจากต้องที้ 3 คะแนนเพื่อไปไล่บี้ทีมจ่าฝุงต่อไป แต่จะทำได้หรือไม่นั้นเมื่อมาเจอคู่แข่งอย่างออาร์เซนอลที่เกร่ง มา และ มีคะแนนลสูสีกันเป็นอย่างมาก ใครจะเป็นผู้แพ้หรทือใครจะเป็นผู้ชนะต้องมาดูเอากันในวันที่  18 มกราคม 2558  ถ่ายทอดสดทางช่อง CTH Stadium 5 เวลา 23.00 น ทางด้านความพีร้อมของทั้ง สองทีม ระหว่างมนเชสเตอร์ ซิตี้และ อาร์เซนอล ทางด้านทีม แมนเชสเตอร์ซิตี้ แมนเชสเตอร์ซิตี้ค่อนข้ามีปัญหาเรื่องการจัดทีมผู้เล่นลงไปแจข่งนิสหน่อยเมื่อในการแข่งขันนี้ไม่มีผู้เล่นอย่าง  ซามีร์ นาสรี และ เอดิน เซโก้ ที่ตอนนี้เองมีปัญหาเรื่องการได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขันเมื่อครั้งที่แล้ว  อีกทั้ง ยายา ตูเร และ วีลเฟรด โบนี ดาวยิงของทีมนั้นก็ต้อนบินเครื่องด่วนกลับประเทศของตนนั้นเพื่อกลับไปรับใช้ชาติของตนเองนั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีข่าวร้ายแต่เพียง อย่างเดียว ทางทีมเองนั้นก็ยังมีข่าวดีคือได้ผู้เล่นอย่างคือ เซร์คิโอ อเกวโร และ แวงซองต์ กอมปานีที่ผู้จัดการทีมเองนั้นหวังว่า จฟิตร่ายกายทัน กลับมาลงแข่งขันในนัดนี้ได้ ทางด้าน อาร์เซนอล ทางด้านของทีมอาร์เซนอลเอานั้นมีปัญหาเรื่องการจัดทีมผู้เล่นลงไปแข่งขันเป็นอย่างมากเช่นกันเนื่องจากใกนเกมส์แข่งขันครั้งนี้ไม่มีผู้เล่นอย่างมาติเยอ เดอบูชี, มิเกล อาร์เตต้า, แจ็ค วิลเชียร์  และ คีแรน กิ๊บบ์ส  ที่ตอนนี้เองมีการบาดเจ็บจากการแข่งขันเมื่อครั้งที่แล้วอีกทั้งทางทีมเองนั้นเองก็ต้องมารอความพร้อมของผู้เล่นอย่าง แดนนี เวลเบ็ค แต่ก็ไม่ใช่ว่ามจะไม่มีข่าวดีเลยที่เดี่ยว ทางทีมเองก็ยังมีข่าวดีว่า จะได้ผู้เล่นอย่าง อารอน แรมซีย์ ที่ตอนนี้ สุ่มซ้อม อยู่นาน จนสามารถที่จะมาลงแข่งขันได้อีกด้วย และผู้เล่นกองหน้าจะเป็นมใครไปไม่ได้นอกจากโอริวิเยร์ ชิรูด์ อีกทั้ง ยังมี อเล็กซิส ซานเชส ที่ค่อยเติมเกมสืในกองหลังจอของทีมอีกด้วย

ยูเว่นรุมเวโรน่าไป 4 ประตูต่อ0

  ยูเว่นกัดไม่เลิก เวโรน่าถึงกับหงอยเมื่อต้องมาเจอคู่แข่งอย่างยูเว่นที่เกมส์นี้เอง ชนะไปด้วยคะแนน 4 ประตูต่อ 0 ทำให้ตอนนี้เอง ยูเวนมีคะแนนทิ้งห่างโรม่าอยู่ที่ 5 คะแนน เกมส์เริ่มมาได้ไม่นานมาดนัก ทั้ง2 ทีมพยายามที่จะแย่งลูกกันเพื่อทำประตูแรก นาทีที่ 3 ม้าลายอย่างยูเว่นสามารถที่จะทำประตูได้ก่อนจากการทำประตูของ โมราต้า ที่แทงบอลมาจากทางซ้ายก่อนที่จะส่งต่อไปให้กับทาง ป๊อปบาที่ตั้งท่ารับบอลรออยู่แล้ว แต่ทว่ายิงไปก้ไปติดการสกัดของราฟาเอล นาทีที่ 7  ยุเว่นคว้าลูกที่ 2ได้จากการทำประตูของเซนต์ที่พยายามที่จะเลี้ยงบอลมาทางขวาส่งต่อให้กับทาง ป็อกบา ชัดบอลแรงไปให้กับเพื่อนอย่าง เตเบซ ซัดเข้าประตุไปได้อย่างสวยงาม ทำให้ตอนนี้ยูเว่นมีคะแนนนำที่ 2 ประตูต่อ 0 จบเกมส์การแข่งขันในครึ่งแรกไปนั้น ยูเว่น ได้ไป2ประตู ขณะเดี่ยวกันที่ตอนนี้ เวโรน่า ยังคงมีคะแนนอยู่ที่ 0 เกมส์เข้าสู้ครึ่งหลังได้เพียงไม่นานมากนัก ทั้งสองยังคงฟิตดี แข่งกันแย่งบอลอย่างดุเดือด นาทีที่ 66 ยูเว่นขโมย ประตูที่ 3 มาอีกจนได้จากจังหวะการทำประตูของ คิเอลลินี่ที่วิ่งเข้ามาเติมบอลก่อนจะส่งไปให้กับทาง เปเรยร่า ก่อนที่จะยิงบอลเข้าไป เสียบกลางงเป้าเป็นประตูที่ 3 นาทีที่ 74 ยูเว่นได้ประตูก่อนจบเกมส์การแข่งขันเป็นประตูที่ 4 ก่อนเจบเกมส์การแข่งจันในจังหวะที่ มาร์คิซิโอ  ไหลบอลไปให้หับทาง  เตเบซ จะดึงบอลต่อมาให้กับทาง เขตโทษแล้วยิงเข้าประตูไปเป็นประตุที่ 4ก่อนจบเกมส์การแข่งขัน  

มิลานเอาคืนอย่างสะใจเปิดบ้านตบซาสซูโอโล่ 2 ประตูต่อ 1

ไนเจอ เดอ ยอง สมกะที่เป็นฮีโรของเกมส์นี้เลย เหลือเวลาในการแข่งขันมาถึง 5 นาที สามารถที่จะพลิกเกมส์กลับมาเอาชนะได้หลังากที่ตีเสมอกันมาอยู่นาน ทำให้ทีมเข้าสู้รอบรองชนะเลิศ โคปปา อิตาเลีย ไปอย่างใสๆ เริ่มเกมส์มาได้เพียงไม่นานมากนัก ในนาทีที่ 16 เอซีมิลาน เริ่มที่จะเป้นฝ่ายได้รุกบอลก่อนมีลุ่นว่าจะได้ประตูจากจังหวะที่  เอล ซารวี่เองนั้นไปทักทายกับผุ้เล่นทีมคู่แข่ง แล้วสามารถท่ะแย่งตัดหน้าบอลมาทาซ้ายก่อนที่จะส่งต่อกับทาง แซรซี่โหม่งบอลออก ข้ามค้านไป เกมส์ยังคงดำเนินต่อมาจนถึงนาทีที่ 38  ด้วยความพยายามของทาง เอซี มิลานเองนั้น เป็นผลสำเร็วแล้วจนได้จากจังหวะที่  แชร์ชี่ ที่เปิดบอลจากริมเส้นทางขวา ก่อนที่จะบอลจะไหลเข้าเขตโทษ แล้วส่งต่อให้กับทาง ปาซซินี่ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวนั้น จะถูกประกบจากทีมคู่แข่งก็ตาม  แต่ก็ยังสามารถที่จะวอลเล่ยืบอลเข้าประตูไปได้อย่างสวยงามทำให้ตอนนี้เองเอซี มิลานมีคะแนนนำอยู่ที่ 1ประตูต่อ 0 เวลาที่เหลือก่อนหมดเวลาครึ่งแรกไปไม่มีทีมไหนที่สามารถที่จะทำคะแนนได้เลยแม้แต่นิสเดี่ยว เกมส์เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียงไม่นานมากนัก มิลานถึงกับออกอาการเซงขึ้นมาทันทีเมื่อมาเจอ ซาสซูโอโล่  ได้ ประตูขึ้นมา จากจังหวะที่ ซาปาต้า  ตัดหน้าบอลได้ แล้ว สวนบอลเข้าไปในเขตทา ปาโวเล็ตติ พยายามที่จะให้ล้มไปดวยกันั้งคู่เพื่อตัดกำลังกรรมการผ ตัดสินจึงเป่าให้ลูกนั้นเป้นจุดโทษไป ซานโซ่เนเป็นผู้เข้ามายิงประตูอย่างไม่พลาดลูกเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม ทำให้ตอนนี้เอง ทางทีม ซาสซูโอโล่   มีคะแนนเสมออยู่ที่ 1 ประตูต่อ 1   เกมส์ยังคงดำเนินต่อมาเรื่องๆ ทั้งสองทีมผลักกันรุก ผลัดกับรับอย่างดุเดือดเลยทีเดี่ยว จนมาถึงช่วงท้ายเกมส์ในนาทีที่ 86 แฟนบอลมิลานถึงกับได้เฮลั่นเมื่อมาไประตูที่ 2 อีกจนได้ จากจังหวะที่ มอนเตลิโว่เปิดลูกฟรีคลิกเข้าไปทางซ้าย แล้วโปลี่วิ่งเข้ามาเสริมเพื่อนอีกทียิงเข้าไปอย่างจัง ผ่านประตูเข้าไปอย่างสวยงาม จบเกมส์การแข่งขัน เอซีมิลานเอาคืน ซาสซูโอโล่ ไป 2 ประตูต่อ 1 

ท็อฟฟี่ก็รอดเสียสามคะแนนไปดิ

  เรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ ชิตี้ แล่นไม่ลื่นหลังไร้ กูน อเกวโร เกมบุกยังฝืดเฟืองอยู่ เกมนี้ทางเรือใบสีฟ้าเรือแทบแตก เมื่อต้องเจอกับเจ้าบ้านเอฟเวอร์ตัน ก็เป็นทางแมนเชสเตอร์ ชิตี้ที่ยังทำโอกาสนำก่อนได้แต่การนำลูกเดียวก็ไม่ใช่การการันตีว่าเกมนี้ของเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ชิตี้จะเอาชนะไปได้ แต่นำไม่กี่นาทีเอฟเวอร์ตันก็ทำได้จริงที่ยิงเสมอกันทำแมนเชสเตอร์ ชิตี้ไปได้ ซึ่งโดยรวมๆรูปเกมของแมนเชสเตอร์ ชิตี้ดีกว่าเอฟเวอร์ตันนิดหน่อยโดยมีรูปเกมแบบดังต่อไปนี้ ไม่ต้องหาอะไรไปสู้แล้วเรือใบสีฟ้าเล่นบุกปิดปากอ่าวแบบนี้ ท็อฟฟี่สีน้ำเงินก็หดอยู่ในรังตัวเอง ทำให้ทางด้านของแมนเชสเตอร์ ชิตี้ นั่นยิงกันไม่ซ้ำหน้าเลยก็ว่าได้ นานๆเกมในครึ่งแรกจะมีโอกาสให้เอฟเวอร์ตันได้ลุ้นเสี่ยวๆบ้างแต่ก็ยังสามารถเคลียร์ให้เล่นง่ายได้ทุกครั้งไปสำหรับทางด้านของทีมแมนเชสเตอร์ ชิตี้ เกมเพิ่งจะมาสนุกในเกมครึ่งหลังที่เกมนี้เกิดขึ้นทั่งสองประตูไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของทีมแมนเชสเตอร์ ชิตี้ที่นำก่อนแล้วโดนตามเอาคืนจากเอฟเวอร์ตันที่ต่างกันไม่กี่นาที สำหรับประตูของทางด้านแมนเชสเตอร์ ชิตี้นั่นทางด้านของแฟร์นานดินโญ่ ที่เล่นตัดเองแล้วยิงด้วยตัวเอง ซึ่งในโอกาสนี้ทางด้านของเอฟเวอร์ตันนั่นกำลังบุกแล้วโดนสวนมาโดยแฟร์นานดินโญ่ ส่งต่อให้นาบาสก่อนที่จะเล่นกับซิลบา แล้วความขยันของแฟร์นานดินโญ่ก็มาเก็บประตูให้ตัวเองได้ด้วยการสอดมาโหม่ง 0-1 นาที 74 สำหรับเอฟเวอร์ตันบ้างประตูเดียวของเนย์สมิด ที่ยิงคืนหลังที่โดนนำไม่กี่นาทีที่เป็นนาที  78 โดยผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ชิตี้นั่นพลาดออกมาคว้าแต่ไม่เจอบอลก่อนโดนเนย์สมิดนั่นทำโทษจากจังหวะฟรีคิกในครั้งนี้ 1-1 ให้แค่แต้มเดียวพอแล้วท็อฟฟี่บอกเรือใบกลับบ้านเซงได้แค่เสมอ 1-1

มีปัญหาอะไรบอกกัปตันเจิดผมนี่ขอสองเม็ด 1-2

เป็นเกมที่กัปตันเจิดหรือสตีเวน เจอร์ราจ ยิงเปิดกับยิงปิดให้หงส์แดงลิเวอร์พูลนั่นได้ผ่านเข้ารอบต่อเกมเอฟเอคัพ นัดนี้เป็นสตีเวน เจอร์ราจของลิเวอร์พูลนั่นที่ยิงเปิดประเดิมประตูแรกในบ้านของวิมเบิลดันก่อนและโดนตามเสมอต่อมาเกมของวิมเบิลดัน เหมือนจะเล่นได้ไกล้เคียงกับลิเวอร์พูลแต่เป็นการกดอีกประตูของเจอร์ราจเองที่ทำให้เจ้าบ้านกลับหลุม ส่วนการชิงจังหวะในเกมนี้มีต่อไปนี้ เล่นเองชงเองแล้วก็ปิดด้วยิงเองเขาคนเดียวล้วนๆเลยกับคนนี้สวีเวน เจอร์ราจจังหวะนี้เป็นของเขาเกือบทั่งหมดที่พาบอลจี้ไล่หาประตูของวิมเบิลดันก่อนแทงออกข้างให้เพื่อนร่วมทีม แล้วตัวเองก็วิ่งเข้าไปรอหน้าประตูมานวินโย่ยึกไปยึกมาก็โยนไปพอดีกับกัปตันเจิดพอดีโหม่งเสยเข้าไปตู 0-1 นาที 12 จัดหวะครึ่งแรกในช่วง 20 นาทีมากเหลือเกินแต่ลิเวอร์พูลนั่นยังเก็บไว้ไม่ได้ทั่งจากมาร์โควิช ทั่งคูตินโย่ ร่วมไปถึงกับตันเจิดนั่นเองแต่ประตูก็ยังไม่มีบวกเพิ่มหลังจากนั่นได้ไม่นานทางด้านของวิมเบิลดันนั่นก็ทำเอาลิเวอร์พูลต้องเล่นลำบากกันอีกครั้งที่เป็นโมลาเลสผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูลที่พยายามเล่นบอลเร็วในจังหวะนี้แต่ทางด้านของซาโก้นั่นรับบอลไม่ดีบอลไปถูกกับประตูพอดีแล้วทางด้านของโมลาเลสพยายามแก้ตัวให้แต่อคินเฟน นั่นวิ่งมายัดเข้าประตูไปเฉยเลย 1-1 นาที 36 เกมครึ่งหลังต้องบอกว่ากัปตันเจิดนั่นกู้สถานการณ์ได้พาลิเวอร์พูลเข้ารอบด้วยประตูในนาที 61 เป็นจอมยิงพรีคิกที่ดีอีกคนหนึ่งของเกมพรีเมียร์ลีกที่ซัดเข้าตุ่งประตูของวิมเบิลดันเจ้าบ้านไป 1-2 จบ 90 นาทีไม่ได้เจิดไม่ผ่านเข้ารอบต่อไปแน่ๆฟรีคิกนำโชคพาลิเวอร์ผ่าน 4 ทีม

เซลตา บีโก้พลั้งเสียท่าให้เซบีญา ชนะ 1-0

  เซลตา บีโก้นั่นทำได้เพียงบุกมาแพ้ให้ทางเจ้าบ้านเซบีญาไปด้วยประตู 1-0 สำหรับเกมนี้ทางด้านของเซลตา บีโก้ นั่นที่เล่นไม่ออกแล้วพร้อมเอาสามแต้มมาฝากทางด้านเซบีญาถึงคาบ้าน  เกมนี้ทางด้านเซลตาบีโก้นั่นต้องเสียท่าเป็นอย่างมากด้วยการเหลือผู้เล่นน้อยกว่า ส่วนสำหรับจังหวะเข้าปะทะกับเกมเซบีญากับทางเซลตาบีโก้ ด้วยจังหวะดังต่อไปนี้ เมื่อผู้ตัดสินได้ส่งสัญญานให้เกมนี้เริ่มเกมขึ้น ทั่งสองทีมในช่วงต้นเกมนั่นมีโอกาสการเข้าทำประตูได้พอๆกันทั่งสองทีม แต่การเข้าทำประตูในช่วงแรกของเกมแต่แค่ยังไม่มีจังหวะที่คมพอที่จะพังประตูให้สำหรับทีมตัวเองนั่นขึ้นนำไปได้แค่นั่น ทว่าจังหวะเกมของสองทีมไม่ว่าจะเป็นเซบีญาหรือทางเซลตา บีโก้ ก็ตาม พอมาเป็นจังหวะลุ้นของทางเซลตาบีโก้ที่เกือบจะได้ประตูไปเหมือนกัน เป็นในเกมที่เป็นนาทีที่ 13 เป็นจังหวะเติมขึ้นมาทางริ่มเส้นของออเรย่า ที่แทงผ่านช่องมาให้ทางชาร์เลสนั่นวิ่งขึ้นไปยิงจ่อๆ จังหวะเปลี่ยนเกมมาเกิดขึ้นในนาทีที่  21 ของเกม เป็นจังหวะการตัดเกมของเซลตา บีโกที่โดนทางฝั่งของเซบีญานั่นสวนกลับและเป็นทางด้านของการ์เลส พลานาส ที่เสียบในจังหวะไม่ดีไปเสียบรวบขาของทางชาเรสทำให้ผู้ตัดสินตัดสินใจไม่ยากที่จะวิ่งให้ใบแดงของกับเขาเลยในทันที พอเกมเริ่มแตกต่างด้านผู้เล่นไปแล้วทางด้านเซบีญาที่ความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นนั่นมาได้ประตูชัยของเกมนี้ในนาทีที่ 32 เป็นการวางเท้ายิงนอกกรอบที่สวยงามของ ปาเรฆา ที่ทำประตู 1-0 ให้เซบีญาและช่วยให้เซบีญาสามารถชนะเกมไปได้ เกมสามแต้มในบ้านเซบีญาจากเซลตา บีโก้ 1-0